
โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน ทั้ง 3 คนรับสารภาพตลอดทั้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยอีกว่า ผู้ต้องหายังมีความคิดว่าในการอำพรางศพนั้น มีตัวเลือกอยู่2อย่างในใจ คือ ถ่วงน้ำ แต่ก็เกรงว่าศพจะโผล่ขึ้นมาจึงเลือกที่จะหั่นศพ
และยังเปิดเผยอีกว่าผู้ต้องหานั้นตั้งใจจะมอบตัวอยู่แล้ว เขาหาวิธีมอบตัวอยู่ เนื่องจากไม่อยากให้คนที่พวกตนหลบหนีไปอาศัยอยู่ด้วยต้องเดือดร้อน
และยังกล่าวอีกด้วยว่าอย่างน้อยเขาก็ยังมีสามัญสำนึกจะรับผิดชอบในสิ่งที่เขาก่อ และเชื่อว่าผู้ต้องหาไม่คิดจะหลบหนี และจะอยู่ในสายตาของตำรวจตลอดเวลา
ส่วนสาเหตุของการฆาตกรรมนั้นเกิดจากความแค้นส่วนตัว


ถ้าได้มาทำงานกับตำรวจจริงๆ จะรู้ว่า การรักษาบรรยากาศในคดีฆาตกรรม เพื่อให้ผู้ต้องหาผ่อนคลายนี่มันเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะครับ
จากประสบการณ์การทำงานที่ผมทำคดีฆาตกรรมมาประมาณ 3 คดี ในช่วงการรับราชการ 2 ปี
การที่เราไปแสดงความรังเกียจ เดียดฉัน สร้างความกดดันมากๆ กับผู้ต้องหาซึ่งยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเต็มตัว จนทำให้ผู้ต้องหามีความเครียดนี่ไม่เป็นผลดีในทางคดีเลย สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือครับ และก็อาจจะไม่ไห้ข้อมูลอะไรเลย
มันไม่ได้เหมือนในหนังที่ เอาโคมไฟส่องหน้า น้ำสาด ตะคอก ตอกมือ เค้นความจริง นะครับ
เรื่องจริง คือ เราพยายามทำทุกอย่างให้มันดูปกติมากที่สุด ให้เขาเป็นตัวเขาแบบปกติมากที่สุด ต้องเข้าใจนะครับว่าตำรวจเนี่ยไม่ใช่คนในครอบครัว หรือคนรู้จักกับผู้ต้องหามาก่อน และต้องมาสร้างความไว้วางใจกัน นี่มันยากนะครับ จะยิ้มแย้มแฮปปี้เกินไป อันนี้ก็ไม่ดีครับดู Fake เกิน บรรยากาศเป็นกันเองสบายๆ ก็กำลังดี แต่ถ้าแบบตึงเครียดนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ เอาไปไกลๆ เลย

เรื่องให้ผู้ต้องหาสูบบุหรี่นี่อยู่ในตำราวิชาตำรวจทั่วไปครับ หลายๆ ประเทศก็มี ถ้าผ่านการอบรมตำรวจมา ประโยคนี้น่าจะผ่านหูครับ
” ใจเย็นๆ ไว้นะครับ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง สูบบุหรี่หน่อยไหม ”
( ยิ่งถ้าจะให้ดี หากผู้ต้องหาสูบบุหรี่ตามคำชวนแล้ว เจ้าหน้าที่ควรจะสูบเป็นเพื่อนด้วย )
พอเขาเริ่มใจเย็น ความเครียดลดลง ความไว้วางใจเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่ตามมาคือ อะไรรู้ไหมครับ
” เรื่องจริง มันเริ่มมาจากเหตุการณ์แบบนี้ครับพี่ ”
” มีดที่ฟัน ที่หาไม่เจอเพราะ ผมโยนไว้ที่นั่นครับ ที่มันไม่มีเลือด เพราะผมเอาจุ่มน้ำตรงนั้นครับ ”
” หมวดครับ จริงๆ แล้ว เรื่องนี่ มีคนนี้ คนนั้น รู้เรื่องด้วย ”

ที่เม้นด่ากันรัวๆ ว่าทำไมตำรวจให้มันทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมปล่อยให้แต่งหน้า ทำไมให้สูบบุหรี่ บอกเลยครับว่านอกจาก ไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกจากความสะใจแล้ว ยังส่งผลเสียต่อคดีอีกครับ
เคยเห็นภาพ ร้อยตำรวจโท นั่งโอ๋ ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม ที่เป็นชายอายุ 20 กว่า กำลังร้องห่มร้องไห้เป็นเด็ก 7 ขวบ ไหมครับ
ผมนี่แหละครับ แค่ไม่มีนักข่าวมาถ่ายภาพเอาไปลงให้คนด่าแค่นั้นเอง
……ไม่มีกระบวนการยุติธรรมใดในโลกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์นะครับ…..
http://www.pandank.com/news-6560/
0 komentar: